เรื่อง : โรคเบาหวานและการดูแลตัวเอง



 ห้องสมุดประชาชนอำเภอแม่ใจ


เรื่อง : โรคเบาหวานและการดูแลตัวเอง
หมวดหมู่ : สุขภาพและอาหาร
ผู้แต่ง : http://www.ebooksdownloadfree.net/search/label/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87
จำนวนหน้า : 1
ผู้เข้าอ่าน : 89 ครั้ง

เปิดอ่าน E-Book ดาวน์โหลด


|| แชร์ - ส่ง E-Book ไปที่ :

รายละเอียดหนังสือ :



โรคเบาหวานและการดูแลตัวเอง

โรคเบาหวานเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของต่อม ไร้ท่อในตับอ่อน ซึ่งไม่สามารถ ผลิตหรือหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน ได้เพียงพอที่จะใช้เปลี่ยนนํ้าตาล ในร่างกาย ซึ่งได้จากอาหารจำพวกแป้ง ไขมัน และโปรตีน ให้เกิดเป็นพลังงานที่จะใช้สำหรับการเคลื่อนไหว และ การทำงานของอวัยวะต่างๆ จึงท่าให้ระดับนํ้าตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ จนเกิน ความลามารถของไตที่จะกัก เก็บเอาไว้ได้ นํ้าตาลส่วนเกิน จะถูกขับถ่ายออกมาในปัสสาวะ ท่าให้ปัสสาวะหวาน จึงเรียก โรคนี้ว่า "เบาหวาน"
 

สาเหตุของการเป็นโรคเบาหวาน

สาเหตุของการเป็นโรคเบาหวาน ยังไม่แน่นอน แต่องค์ประกอบ ที่สำคัญ ๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคเบาหวานมีดังนี้
 

  • 1.กรรมพันธุ : มักพบโรคนี้ในผู้ที่มีบิดามารดาญาติพี่น้องเป็นโรคเบาหวาน
  • 2.ความอ้วน : 60-80 % ของผู้ป่วยโรคเบาหวานเป็นคนอ้วน
  • 3.อายุมากขึ้น : โรคเบาหวานมักเป็นกับคนที่มีอายุมากเกิน 40 ปีขึ้นไป
  • 4.ความเครียด : ทำให้โรคเบาหวานแสดงออก
  • 5.เชื้อไวรัส : ทำลายเซลล์ของต่อมเล็ก ๆ ในตับอ่อน ที่มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมน อินซูลิน
  • 6. ยาบางชนิด : เช่นยาพวกสเตียรอยค์ (เช่น เพ็ดนิโซโลน) ถ้าใช้นานๆ อาจทำให้เกิดโรคเบาหวาน
  • 7.การตั้งครรภ์: ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์หลายๆ ครั้งมีโอกาสที่จะเป็นโรคเบาหวาน ได้ง่าย
  • 8.พิษสุราเรื้อรัง : ผู้ดื่มสุราและดื่มเป็นประจำทำให้ตับอ่อนเสื่อมสมรรถภาพได้ 



จะเห็นได้ว่าสาเหตุบางอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เช่น กรรมพันธุ การมีอายุมากขึ้น แต่บางอย่างก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นผู้ที่รู้บิดามารดา หรือญาติ พี่น้องเป็นโรคเบาหวานจึงจำเป็นต้องพยายาม หลีกเลี่ยงสาเหตุอืนๆที่จะมาเสริมให้โรคเบาหวานแสดงออกได้ง่ายกล่าวคือ ไม่ให้อ้วน หลีกเลี่ยงสุรา บุหรี่ และยาที่ทำให้นํ้าตาลในเลือดสูงขึ้น

 

อาการแสดงของผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน

 

  • ปัสสาวะบ่อยและมาก
  • กินจุแต่ผอมลง
  • กระหายน้ำบ่อย
  • น้ำหนักลดและอ่อนเพลีย
  • เป็นแผลหรือฝีง่ายแต่หายยาก
  • เจ็บปวดตามกล้าวเนื้อ ชาปลายมือ ปลายเท้า หมดความรู้สึกทางเพศ
  • คันตามผิวหนังและบริเวณอวัยวะสืบพันธ์
  • ตาพร่า มัว ต้องเปลี่ยนแว่นต่าบ่อยๆ


 

ภาวะน้ำตาลในเลือดตํ่า HYPOGLYCEMIA

ในคนปกติธรรมดาแม้จะออกกำลังกายอย่างมากก็ไม่ถึงกับทำให้เกิดภาวะนํ้าตาลในเลือดต่ำจนถึง กับมีอันตราย ได้ แต่จะพบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวานที่กินยาหรือฉีดอินซูลินมากเกินไป หรือไม่ได้ส่วน สัมพันธ์ กับอาหารที่กินและการออกกำลังกาย ถ้าระดับนํ้าตาลในเลือดต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของระดับปกติ คือ 40-50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะทำให้เกิด อาการหมดสติขึ้นได้ เนื่องจากสมองและประสาทต้องใช้กลูโคสเป็นพลังงานแต่อย่างเดียว
 

อาการที่สังเกตได้เมื่อเกิดภาวะนํ้าตาลในเลือดดํ่า

 

  • •หิว ใจสั่น มือสั่น
  • •อ่อนเพลีย มึนงง เวียนศรืษะ หน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลม
  • •เหงื่อออกมาก ซีด
  • •ตาพร่ามัว
  • •อาจชักหรือไม่รู้สึกตัว


 

การดูแลตัวเองเมื่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

เมื่อเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำควรปฎิบ้ติ ดังนี้
• รีบดื่มน้ำหวานหรือรับประทานของหวานทันทีเมื่อหายจากอาการภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำแล้วต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

 

อันตรายจากโรคแทรกซ้อน

โรคแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน จัดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะจะเป็นสาเหตุให้เกิดอันตรายต่อผู้ปวย จนถึงทุพพลภาพและเสียชึวิตได้ง่าย
 

โรคแทรกซ้อนที่อันตรายมีดังนี้

- ตาอาจบอดได้ถึง 25 เท่าของคนปกติ
-อาจเกิดโรคไตได้ ถึง 27 เท่าของคนปกติ
-มีโอกาสเกิดโรคเท้าเน่าจำต้องตัดขาทิ้ง ถึง5 เท่าของคนปกติ
-อาจเกิดโรคหัวใจขาดเลือดจนกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ถึง 2 เท่าของคนปกติ ผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานที่ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มเป็นโรคใหม่ ๆ และ สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติหรือใกล้เคียงปกติจะช่วยยับยั้งหรือลด ความรุนแรงของอันตรายจากโรคแทรกช้อนเหล่านี้ให้ลดน้อยลงได้
 

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคเบาหวาน

1. ควบคุมอาหารและของหวานทุกชนิด อย่างสม่ำเสมอ
2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตามความสามารถของแต่ละ บุคคล ไม่ควรหักโหม เช่น การเดินเร็วๆ อย่างน้อย วันละ 20-30 นาทีติดต่อกัน
3.หมั่นตรวจดูสภาพเท้า ดูรอยถลอกหรือบาดแผล บริเวณ ข้อเท้า ตาตุ่ม ฝ่าเท้า ส้นเท้าตลอดจนซอกนิ้วเท้า หากพบสิ่งผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์และหากพบว่าผิงหนังที่เท้าแห้งอาจใช้ครีมทาผิว ทาเพื่อป้องกันผิวหนังแตกและรักษาเท้าให้สะอาดอยู่เสมอหลัง อาบน้ำควรเช็ดเท้า และซอกนิ้วเท้าให้แห้ง
4.รับประทานยาหรือฉีดยา(อินซูลิน) ตามขนาดที่แพทย์ สั่งเป็นประจำอย่างเคร่งครัด ไม่ควรเพิ่มหรือลดขนาดยาเอง
5.รู้วิธีตรวจหาระดับน้ำตาลในปัสสาวะด้วยตนเองและ ควรตรวจปัสสาวะสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หรือทันทีที่มี
อาการผิดปกติ เพื่อจะได้ทราบว่าน้ำตาลในเลือดสูงมากไป หรือต่ำเกินไป และ กำหนดปริมาณ และชนิดของอาหารให้เหมาะสม
6.ขจัดปัจจัยที่ล่งเสริมความรุนแรงของโรคเบาหวาน โดยเลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มเหล้า และเลิกรับประทานอาหารทีมีรสเค็มและผ่อนคลายความเครียด
7.มีขนมหวานหรือลูกอม และบัตรประจำตัวผู้ป่วย เบาหวานติดตัวไว้เสมอ เพื่อป้องกันการเป็นลมหมดสติจากภาวะ นํ้าตาลในเลือดต่ำเกินไป
8.ติดตามการรักษาให้สม่ำเสมอ ไปพบแพทย์ตามที่ แพทย์นัดทุกครั้ง เพื่อปรับขนาดยารักษาเบาหวานให้เหมาะสม และ ป้องกันโรคแทรกซ้อน
 

การออกกำลังกายสำหรับผู้เป็นโรคเบาหวาน

ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้ป่ายเบาหวาน

 

 

ประโยชน์ของการออกกำลังกายในผู้เป็นเบาหวาน

•ช่วยให้ระดับนํ้าตาลในเลือดลดลงเพราะขณะออกกำลังกายกล้ามเนื้อและไขมัน จะใช้น้ำตาลเพิ่มขึ้น
•ช่วยให้น้ำหนักตัวลดลง ซึ่งจะทำให้อาการของโรค เบาหวานดีขึ้น
•ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ซึ่งจะลดโรคแทรกซ้อน บางอย่างของโรคเบาหวานได้
 

หลักการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องหักโหม แต่ควรทำ ให้สม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง และควรออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน เช่น ในผู้สูงอายุอาจเดิน หรือบริหารร่างกายเบาๆ ตามความเหมาะสม
 

ควรจะกินอย่างไรดี

 

  • •กินผักให้มากขึ้น
  • •กินข้าวตามกำหนดถ้าไม่อิ่มให้กินผักเพิ่ม
  • •กินผลไม้ที่มีรสหวานน้อย เช่น ส้ม มะละกอ ฝรั่ง พุทรา
  • •ใช้เต้าหู้ ถั่วต่างๆ ในการประกอบอาหารให้มากขึ้น
  • •ใช้นํ้ามันพึชแทนไขมันสัตว์ เช่น นํ้ามันรำข้าว ถั่วเหลือง (แต่ไม่ใช้ นํ้ามันปาล์ม หรือนํ้ามันมะพร้าว หรือกะทิ)
  • •กินอาหารให้ตรงเวลา


 

การดูแลรักษาสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

•ผู้ป่วยเบาหวานควรดูแลสุขภาพของตนเองอยู่เสมอ
•ความเครียด เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยเบาหวานอย่างมาก

 

  • ตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • มาตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง
  • ทำจิตใจให้สบายไม่เครียด



การดูแลรักษาเท้าให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อ ป้องกันโรคแทรกช้อนเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อมีบาดแผลที่เท้า ต้องรีบรักษาให้หายโดยเร็ว
 

การดูแลรักษาความสะอาดเท้าสำหรับผู้ป่ายเบาหวาน


 

ข้อเตือนใจสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน

รู้จักการควบคุมนํ้าหนักของร่างกายให้อยู่ใน เกณฑ์ มาตรฐานไม่อ้วนเกินไป หรือผอมเกินไป ถ้าอ้วนจะ ต้อง ลดนํ้าหนัก ถ้าผอมต้องพยายามให้นํ้าหนักเพิ่มขึ้นอยู่ ในเกณฑ์

รู้จักการควบคุมอาหาร ซึ่งมิใช่การอดอาหาร แต่เป็นการกำหนดปริมาณและชนิดของอาหารให้ เหมาะสมกับระดับนํ้าตาลในเลือดของแต่ละบุคคล

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ไม่ใช่เป็นผู้ไร้สมรรถภาพ ถ้ารักษาและควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดได้ดีก็จะดำรง ชีวิตอยู่ได้เหมีอนคนปกติให้รู้จักปล่อยวางอย่าวิตกกังวล หรือมีความเครียดให้มากเกินไปแม้เป็นเบาหวาน ชีวิตก็เบิกบานได้